วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

น้ำพริกเผากากหมูไข่เค็ม




เมนูอาหารเพิ่มความสุขในการกินข้าว และเพิ่มรสชาติให้
กินผักสดๆได้อีกเยอะเพื่อสุขภาพ ก็คือเมนูน้ำพริก
วันนี้ลองมาทำน้ำพริกสไตล์ใหม่ที่มีความมันหวานเค็ม
เพิ่มความกรุบกรอบด้วยกากหมู กับเมนูน้ำพริกเผากาก
หมูไข่เค็ม น่ากินไหมล่ะคะ มาลงมือทำกันเลยค่ะ

เมนูอาหารที่ชื่นชอบสำหรับแม่ครัว 108Health อย่างหนึ่งที่
ต้องกระโดดเข้าใจทุกครั้งก็คือ เมนูน้ำหริก ที่รสชาติจัดจ้าน
กินกับข้าวสวยร้อนๆล่ะก็ เพิ่มผักสด ผักต้มเพื่อสุขภาพกันซัก
หน่อย อร่อยถูกใจกันทั้งบ้านเลยค่ะ วันนี้เราจะมาทำน้ำพริก
ธรรมดาก็น่าเบื่อเกินไป หลังจากที่คุณแม่บ้านมีการตุนอาหาร
(น้ำท่วม) จะเหลือพวกของแห้งเป็นจำนวนมากใช่ไหมค่ะ
อย่างเช่น ไข่เค็ม น้ำพริกเผา หรือพวกกากหมู ก็จับมาทำ
"น้ำพริกเผากากหมูไข่เค็ม" หลังจากลองทำแล้วรสชาติ
จะเหมือนน้ำำพริกเผา แต่จะมีความมันของไข่เค็ม และอร่อย
ตรง ได้เคี้ยว กากหมูกรอบๆ เพิ่มความอร่อย กินกับข้าวสวย
ร้อนๆ แกล้มกับผักสด อร่อยและได้สุขภาพ มากๆค่ะ ว่าแล้วก็
มาเตรียมของทำ"น้ำพริกเผากากหมูไข่เค็ม"
เตรียมอุปกรณ์ เครื่องปรุง "น้ำพริกเผากากหมูไข่เค็ม"
กากหมูเจียว
ไข่เค็ม
น้ำพริกเผา
กระเทียม
หอมแดง
ใบมะกรูดซอย
มะเขือเทศ
น้ำมะนาว
ขั้นตอนการทำ "น้ำพริกเผากากหมูไข่เค็ม"
เริ่มจากคั่วกระเทียม หอมแดง และมะเขือเทศก่อน
คั่วในกระทะ ไม่ต้องใส่น้ำมันนะคะ คั่วจนผักเริ่มหอม
ใส่พริกเผาลงไปผัดค่ะ เติมน้ำลงไปหน่อย พอคลุกขลิก
ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาลทรายค่ะ
ชิมรสได้ตามชอบแล้ว ใส่ใบมะกรูด กากหมู ไข่เค็ม ผัดให้เข้ากันปิดไฟได้เลยค่ะ


ที่มา : http://www.108health.com/108health/topic_detail.php?mtopic_id=2100&sub_id=18&ref_main_id=4

สารอาหารใน"น้ำพริก"




รู้ไหมว่าส่วนประกอบในการทำน้ำพริกแต่ละชนิดมีประโยชน์
อย่างไร วันนี้เรามีเกร็ดความรู้จากสารอาหารของน้ำพริกมาบอก
กันค่ะ...
พริก
คือ ส่วนประกอบที่สำคัญในการทำน้ำพริก พริกทุกชนิดมี
สารแคปไซซิน ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติในการป้องกันความชรา
และยังมีเบต้าแคโรทีนและวิตามินซีสูง ต้านอนุมูลอิสระ
หอมแดง กระเทียม
จะมีเซเลเนียม ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และมีโปรเตสเซียม
เยอะ ทางการแพทย์ระบุว่ามีคุณสมบัติช่วยให้เซลล์แข็งแรง
และยังจะได้น้ำมันจากกระเทียมซึ่งเป็นสารแอนตี้เซปติก
ช่วยป้องกันการติดเชื้อและลดไขมันในเส้นเลือด
ส่วนกุ้งแห้ง
จะมีแคลเซียมสูง ช่วยทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง
มะเขือพวง
จะมีเส้นใยสูง ป้องกันท้องผูก และยังมี ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด
ส่วนประกอบของพริกแกงมีสารต้านมะเร็ง ส่วนขมิ้นมี
สารเคอมิวมิน กรดเฟอลิกฟลาโรวอยด์ เป็นสารต้านมะเร็ง
และที่ขาดไม่ได้ คือ กะปิ
มีวิตามินบี 12 ช่วยสร้างเม็ดเลือด และแคลเซียมสูงกว่านมวัว
15 เท่า (น้ำพริก 1 ถ้วย ใช้กะปิ 20-30 กรัม ให้แคลเซียม
500 ม.ก.) นอกจากนี้ กะปิยังให้โซเดียมโปรเตสเซียม
และไอโอดีน
นอกเหนือจากคุณค่าทางอาหาร ที่ได้รับจากส่วนประกอบของ
น้ำพริกแล้ว ยังจะได้วิตามินและเกลือแร่จากผักต่างๆ
ที่นำมาต้มทานแกล้มน้ำพริกอีกด้วยค่ะ
อย่าลืมหันมาทานน้ำพริกกัน แล้วจะได้สารอาหารมากกว่าที่คิด
ที่มา :http://www.108health.com/108health/topic_detail.php?mtopic_id=2125&sub_id=18&ref_main_id=4

วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ลอยกระทง

วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

กินอย่างไร ไม่ให้นอนกรน



การกรน นอกจากเป็นที่น่ารำคาญต่อผู้อื่นแล้ว ยังเกิดผลเสียต่อตนเองอีกด้วย เพราะอาจเป็นทำให้เกิดของโรคต่างๆ มากมาย ทั้ง โรคความดันโลหิต โรคหัวใจ หรือร้ายแรงถึงขั้นอัมพาต ดังนั้น เรามีคำแนะนำเกี่ยวกับการกินสำหรับผู้ที่นอนกรน เพื่อบรรเทาอาการนอนกรนในเบื้องต้นมาฝาก

สมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการช่วยเรื่องระบบทางเดินหายใจ เหมาะใช้ประกอบอาหารให้ผู้ที่นอนกรนรับประทาน คือ “หอมแดง” เลือกชนิดที่แก่จัดเพราะกลิ่นฉุนของมันจะทำให้เกิดความชุ่มชื้นในลำคอ และช่วยระบบการหายใจ จะได้ผลดียิ่งขึ้นถ้ากินแบบสด หรือจะนำมาดมก็ได้

“พริกขี้หนู” รสเผ็ดของมันจะทำให้ระบบทางเดินหายใจโล่ง สารแคปไซซินในพริกช่วยลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อรอบหลอดลม ทำให้ปัญหาการกรนอาจลดลงได้

“ขิง” ใช้ขิงแก่ประมาณ 5 กรัม ทุบให้แตก นำไปต้มน้ำดื่มก็จะช่วยทำให้ระบบทางเดินหายใจทำงานได้สะดวกขึ้นเช่นกัน และสุดท้าย “ใบแมงลัก” มีสรรพคุณในการแก้หวัด และโรคหลอดลมอักเสบ

อย่างไรก็ตาม ก่อนเข้านอนประมาณ 3 ชั่วโมง ไม่ควรทานอาหารหนัก ๆ และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือยาที่มีฤทธิ์กดประสาท เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้ร่างกายตอบสนองต่อภาวะการขาดออกซิเจนไม่ทัน จนอาจเสียชีวิตได้

ทั้งนี้ การกรนอาจเกิดขึ้นได้จากการนอนหลับไม่สนิท ลองดื่มเครื่องดื่มอุ่น ๆ ก่อนนอน เช่น นม น้ำผึ้งผสมน้ำอุ่น หรือ น้ำสมุนไพรอุ่น ๆ สักแก้ว ก็จะทำให้นอนหลับได้สนิท และอาจลดปัญหาการกรนได้.


ที่มา:ออนไลน์ http://webboard.yenta4.com/topic/510763 วันที่สืบค้น 1 กุมภาพันธ์ 2555

วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2555

แสงไฟแบบไหนเหมาะใช้อ่านหนังสือ?




เช็ค “แสงไฟ” ในห้องอ่านหนังสือ เลือกใช้ถูกหลักหรือไม่ พร้อมวิธีแก้ไขควรปฏิบัติ ช่วยถนอม “สายตา” บอกลา “อาการตาเพลีย”
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลังอ่านหนังสือ มักปวดรอบ ๆ ตา และหน้าผาก ตาพร่ามัว ตาลายเป็นพัก ๆ เคือง แสบ หรือ มีน้ำตาไหลร่วมด้วย นั่นเป็นสัญญาณของอาการ “ตาเพลีย” ซึ่งมักเกิดจากการใช้สายตาขณะแหล่งแสงไม่เพียงพอ ดังนั้น เพื่อดวงตาคู่สวยทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพไปนาน ๆ การเลือกใช้แสงไฟอย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งจำเป็น
สำหรับ “แสงจากธรรมชาติ” ควรเลี่ยงแสงสว่างจ้า เพราะจะทำให้สายตาอ่อนล้า หากมืดเกินไปก็เป็นปัจจัยทำสายตาสั้นได้เช่นกัน จึงควรหาโคมไฟติดไว้ เพื่อช่วยปรับแสงให้พอดีกับสภาพแวดล้อมแต่ละวัน


หากเป็น “แสงจากโคมไฟตั้งโต๊ะ” ควรใช้หลอดที่มีแสงสีนวล เลี่ยงแสงสีขาว หรือ เหลืองเกินไป เพราะจะทำให้แสงแยงตา ทั้งนี้ เพื่อการมองตัวหนังสือได้แจ่มชัด แสงที่ตกสะท้อนจากกระดาษไม่ตกเข้าตา ควรจัดวางตำแหน่งโคมไฟให้แสงเข้าด้านข้างซ้ายมือจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ช่วยให้อ่านได้สบายตา และนานขึ้น ทั้งยัง เป็นการลบเงาที่จะเกิดขึ้นด้วย
นอกจากนั้น ควรเลี่ยงอ่านหนังสือในบริเวณที่เป็น “แสงไฟกระพริบ” เพราะจะส่งผลให้ประสาทตาเสียเร็ว เนื่องจากถูกกระตุ้นตามจังหวะกระพริบของแสงนั่นเอง.







ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2555

4 เทคนิคฟิตใจ-กายสลายเครียด

มาผ่อนคลายความเครียดกันด้วยเพลงน่ารักๆ กับสองสาวที่เสียงสดใสที่ใครก้รู้จักพวกเธอในนาม Jayesslee  ไปฟังกันเลยยย.....

หลังเลิกเรียน หรือ เลิกงาน หากรู้สึกเหนื่อยล้า ลองมาผ่อนคลายสลายเครียด ด้วย 4 วิธีง่าย ๆ เพื่อฟิตใจ และกายให้แข็งแรง

เริ่มจาก “ยืดเส้นยืดสาย” นั่งหลังตรงบนเก้าอี้ เอียงศีรษะไปด้านขวา จนรู้สึกตึงบริเวณบ่า จากนั้น นั่งหลังตรงบนเก้าอี้ บิดตัวไปจับขอบเก้าอี้ด้านขวา โดยทั้ง 2 ท่า ทำค้างไว้ประมาณ 10-15 วินาที แล้วสลับข้าง ๆ ละ 2 ครั้ง ช่วยบริหารไหล่ ต้นคอ และลำตัว ทำให้กล้ามเนื้อ และข้อต่อยืดหยุ่นมากขึ้น การไหลเวียนเลือดดี

นั่งพัก “สร้างจินตนาการ” หายใจเข้าลึก ๆ แล้วค่อย ๆ ผ่อนออก นึกถึงสถานที่ประทับใจ สวยงาม แล้วนำพาตัวเองเข้าไป จะสัมผัสได้ถึงความสงบ โปร่งสบาย เป็นเทคนิคใช้จิตใจพาสมองไปผ่อนคลาย ใช้เวลาประมาณ 3-5 นาที จึงค่อย ๆ ดึงตัวเองออกจากภาพนั้น




“มองพื้นที่สีเขียว” หรือ เดินบนสนามหญ้าบริเวณกว้าง พร้อมหายใจเข้า-ออก โดยผ่อนลมหายใจลึก ๆ ปล่อยความคิดให้ว่าง ช่วยสร้างสมาธิ กระตุ้นร่างกายให้กระปรี้กระเปร่า และพักระบบสายตา

“ทำสปาอารมณ์ดี” โดยวางน้ำมันหอมระเหยไว้ในห้องนอน หรือ ห้องนั่งเล่น ซึ่งผลวิจัยในต่างประเทศพบว่า ช่วยสร้างความสมดุลของร่างกาย และจิตใจ ส่งผลต่อประสิทธิภาพการเรียนรู้ดีขึ้น อาทิ “กลิ่นโรสแมรี่ และ เปปเปอร์มินท์” กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ขจัดความรู้สึกเฉื่อยชา กระตือรือร้นต่อการเรียนรู้จดจำเรื่องราว และส่งเสริมให้ความจำดีขึ้น ส่วน “กลิ่นลาเวนเดอร์

มะนาว และส้ม” กระตุ้นการหลั่งสารสื่อประสาท ช่วยลดความตึงเครียด วิตกกังวลน้อยลง


เมื่อร่างกาย และจิตใจพร้อม ทุกวันย่อมเป็นวันแห่งความสุขได้ไม่ยาก.


ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2555

เช็คสุขภาพจิตกันดีกว่า




1. เธอ ชอบมั้ยกับการที่มีแต่ใครๆ มาห้อมล้อมรุมรักเธอ A ชอบดิ เหมือนดาราดีอ่ะ
B โอ๊ย! ยุ่งอารายกะชั้นนักหนา


2. เธอคิดว่าไม่ว่าจะเจอเรื่องแย่แค่ไหน....ก็ต้องมีสิ่งดีๆ มาหาเธอเสมอ A แน่นอนชีวิตใครจะหดหู่อยู่ตลอด
B โอ้ไม่แน่นอน โลกนี้โหดร้ายกับฉันเสียจิง


3. เธอคิดว่าถ้ามีเรื่องแย่ๆ แค่ไหนก็ตามเกิดขึ้นในอนาคตเธอจะสามารถผ่านมันไปได้ด้วยดี A ปล่อยมันไปเดี๋ยวก้ดีเอง
B ไม่แน่ใจว่าจะรับได้แค่ไหน


4. เธอคิดว่าวิถีชีวิตที่เธอได้เธอเป็นอยู่ตอนนี้ดีสุดๆ A แค่นี้ก็ OK น่ะ
B ก็ลุ่มๆ ดอนๆ ยังไงก้ไม่รู้


5. เธอมีเพื่อนสนิทที่คุยกันได้ทุกเรื่องหรือ ปล่า A แน่นอนเพื่อนซี้มีคนเดียวก็เกินพอ
B ชอบมีเพื่อนเป็นกลุ่มมากกว่าอบอุ่นดี

6. เธอรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าเวลาตื่นนอนตอนเช้า A สดชื่นทุกวัน แม้ว่าเป็นวันที่น่าเบื่อ
B ไม่รู้เป็นไร สดชื่น เฉพาะเสาร์อาทิดย์เท่านั้น


7. เมื่อมีปัญหาเธอคิดเสมอว่ามันต้องมีทางออกของมันเอง A ทุกอย่างมีทางออกของมันเอง
B ไม่เสมอไป บางอย่างเราก้แก้ไขไม่ได้เอง


8. เธอคิดว่าตัวเองมีข้อดีที่น่าภูมิใจ A แน่นอน ไม่เข้าข้างตัวเองแล้วจะไปเข้าข้างใคร
B ไม่เลย รู้สึกทำอะไรไม่ได้เรื่องสักอย่าง


9. เธอเคยฮัมเพลงเวลาอาบน้ำบ้างหรือปล่า
A แน่นอนเทสเสียงไปในตัว
B ไม่อ่ะ อายตัวเองจิงๆ


10. เธอมีจุดมุ่งหมายในใจอยู่เสมอ A เป้าหมายในชีวิตวัดความสำเร็จ
B คิดแค่วันนี้ตอนนี้อย่างเดียวเท่านั้น
พักเบรค...แล้วค่อยทำต่อ
11. เธอมีความสุขกับการวิ่งตามความฝันของตัวเอง A ฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึงด้วย
B รู้สึกว่าความฝันห่างไกลเหลือเกิน


12. เคยมั้ยบางวันแค่มองดวงจันทร์ก็ยืนอมยิ้ม
A เคยสิ โรแมนติกยังไงก้ไม่รู้
B อยู่ไหนเหรอดวงจันทร์ ไม่เห็นมานานแล้ว


13. เธอปวดหัวบ่อย ๆ โดยไม่มีสาเหตุหรือ ปล่า A ปวดเฉพาะเป้นหวัดคัดจมูก
B ปวดเป็นงานอดิเรกเชียว


14. เดี๋ยวนี้ชอบเม้าท์แตกเรื่องชาวบ้านหรือ ปล่า A ไม่เลย เรื่องชาวบ้านเราไม่เกี่ยว
B ไม่รู้เป้นไรเห็นใคร ก็คันปากไปหมด


15. เดี๋ยวนี้ขี้หลงขี้ลืมหรือปล่าA ไม่น่ะ ปกติดี
B นั่นสิ ป้ำๆ เป๋อๆ ยังไงก็ไม่รู้
16. นอนหลับสบายดีมั้ย
A หัวถึงหมอนก็นอนฝันหวาน
B นอนไม่หลับกระสับกระส่าย


17. พักนี้เธอบ่นอยากไปไหนไกลๆ รึเปล่าA อยากไปกะเพื่อนๆ เฮฮาปาร์ตี้
B อยากไปที่ไหนก็ได้คนเดียว ในที่ที่ไม่มีใครรู้จัก


18. เธอรู้สึกเหนื่อยง่าย แม้ทำอะไรนิดๆ หน่อยๆ A ไม่เลย แข็งแรงทนทานดีอยู่
B นั่นสิเหมือนแก่ก่อนวัยยังไงก็ไม่รู้


19. เดี๋ยวนี้เธอทะเลาะกับคนรอบข้างถี่เกินไปรึป่าว A ไม่น่ะออกจะรักกันจี๋จ๋า
B นั่นสิ เจอใครก็เหม็นหน้าไปหมด


20. ช่วงนี้ทำอะไรไม่ค่อยจะมีสมาธิเลยจริงๆ A ปกติ ( อ่านหนังสือแล้วจำไม่ได้ยังไงก็เป็นอยู่อย่างนั้น)
B รู้สึกเนือยๆ ไม่ค่อยตั้งใจทำอะไรเลย



--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เช็กระดับความเครียดกันสักหน่อย
ถ้าเลือกข้อ A ต่ำกว่าสิบข้อ ชมรมความเครียดยินดีต้อนรับ แหมหนุ่มน้อยสาวน้อยเอ๋ย รู้สึกเธอจะเครียดเกินไปแล้วนะ อายุก็เท่านี้เองจะซีเรียสกับชีวิตไปไย เธอต้องหาเวลาเพื่อนผ่อนคลายหรือหาสาเหตุที่ทำให้เธอเครียดขืนปล่อยเอาไว้จะทำให้เธอเสียสุขภาพจิตได้
ถ้าเลือกข้อ A ตั้งแต่ 10-15 ข้อ สุขภาพจิตของเธออยู่ในระดับปกติ แต่ก็อาจจะมีแนวโน้มที่จะเครียดได้ถ้ามีอะไรมากระตุ้น หรือมีเรื่องมากระทบจิตใจเธอ ทางที่ดีพยายามเตือนตัวเอง "ไม่เอาน่าอย่าเครียดๆ"
ถ้าเลือกข้อ A มากกว่า 15 ข้อ เย้! ดีใจด้วยน่ะที่ไม่ต้องเข้ามาอยู่ในชมรมคนเครียดสุขภาพจิตของเธอแข็งแรงดี มีความสุขในชีวิต ปัจจุบันตามสภาพสามารถแก้ไขข้อคับข้องใจและปันหาเฉพาะหน้าได้ ยอมรับความเป็นไปต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ง่าย ทำให้มีความสุขกับการใช้ชีวิต

About this blog

เป็นบล็อคเกี่ยวกับสุขภาพ เพื่อให้คนทุกคนมีสุขภาพที่ดี จิตใจแจ่มใส และดูแลเอาใจใส่สุขภาพของตนเองมากขึ้น

You can replace this text by going to "Layout" and then "Page Elements" section. Edit " About "

ปฏิทิน

Blogger news

Blogger templates